ทั่วไป

บ้านพักคนชรา เนอร์สซิ่งโฮม โรงพยาบาลดูแลผู้สูงอายุ เหมือนและแตกต่างกันอย่างไร
  • บ้านพักคนชรา (Nursing Home) คือสถานที่ที่พักอาศัยสำหรับผู้สูงอายุที่มีปัญหาเฉพาะเจาะจงในเรื่องของสุขภาพ แต่ไม่ต้องการการรักษาและการดูแลทางการแพทย์ในระดับที่จำเป็น เน้นให้การดูแลพื้นฐานอื่น ๆ ส่วนใหญ่บ้านพักคนชรามีบริการการดูแลและอยู่ร่วมกับผู้สูงอายุ เพื่อสร้างความเป็นส่วนตัว สังคม และความสุขให้กับผู้สูงอายุ

 

  • เนอร์สซิ่งโฮม (Nursing Care) เป็นสถานที่ที่เป็นบ้านพักอาศัยสำหรับผู้สูงอายุที่ต้องการการดูแลทางการแพทย์และการช่วยเหลือในกิจวัตรประจำวัน ในเนอร์สซิ่งโฮมจะมีบุคลากรทางการแพทย์และพยาบาลที่เชี่ยวชาญด้านผู้สูงอายุเพื่อให้การดูแลทางการแพทย์ที่เฉพาะเจาะจง มีสิ่งอำนวยความสะดวกที่เพิ่มขึ้นเพื่อสร้างความสะดวกสบายในการดูแลผู้สูงอายุ เช่น บริการอาหารที่คัดสรรให้เหมาะกับผู้สูงอายุ กิจกรรมสร้างสรรค์เพื่อสร้างความสุขและคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นสำหรับผู้สูงอายุ

  • โรงพยาบาลผู้สูงอายุ เป็นสถานที่บริการทางการแพทย์ เช่นเดียวกับโรงพยาบาลทั่ว ๆ ไป มีแพทย์และทีมสหสาขาวิชาชีพที่มีความเชี่ยวชาญในการดูแลสุขภาพผู้สูงอายุเฉพาะเจาะจง เช่น แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพของผู้สูงอายุ พยาบาลผู้เชี่ยวชาญด้านผู้สูงอายุ มีอุปกรณ์ เครื่องมือแพทย์ และเทคโนโลยีทางการแพทย์ที่เฉพาะเจาะจงสำหรับการรักษาและดูแลผู้สูงอายุ เช่น เครื่องมือวิเคราะห์การทรงตัว อุปกรณ์การกายภาพบำบัด และเครื่องมือการตรวจวินิจฉัยอื่น ๆ ที่ช่วยให้การวินิจฉัยและรักษาของผู้สูงอายุมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

ทำไมผู้ป่วยสูงอายุและผู้ป่วยติดเตียงต้องได้รับการดูแลเป็นพิเศษ
 เพราะหากผู้ป่วยไม่ได้รับการดูแล และการฟื้นฟูอย่างเหมาะสม ผู้ป่วยอาจเสี่ยงต่อภาวะเเทรกซ้อนมากมาย และก่อให้เกิดผลข้างเคียงตามมา  เช่น เกิดการติดเชื้อ ภาวะขาดสารอาหาร ซึ่งนำไปสู่ความรุนแรงของโรค อาการทรุดลง เเละเสียชีวิตในที่สุด
ผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมอง (Stoke) จะกลับมาใช้ชีวิตไดใกล้เคียงปกติไหม
   ผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมอง (Stroke) หากได้รับการฟื้นฟูในระยะ 3-6 เดือนแรก  เน้นคืนความสามารถในการเคลื่อนไหว การสื่อสาร ลดภาวะแทรกซ้อน เช่น ข้อติด ปวดบวม เพิ่มความแข็งแรง และฟื้นฟูเรื่องของสารอาหาร ก็จะสามารถกลับไปใช้ชีวิตได้อย่างปกติ Panacee Wellness Nursing Care พร้อมเป็นส่วนหนึ่งในการร่วมฟื้นฟูร่างกายของผู้ป่วย โรคหลอดเลือดสมอง  โดยการออกแบบโปรแกรมฟื้นฟูผู้ป่วยที่ตกอยู่ในภาวะดังกล่าว ให้สามารถกลับมาใช้ชีวิตได้ใกล้เคียงปกติที่สุด ในการดูแลและฟื้นฟูผู้ป่วยแบบครบวงจร โดยทีมแพทย์ พยาบาล นักกายภาพบำบัด และสหสาขาวิชาชีพ ที่มีประสบการณ์ โดย เปิดให้บริการตลอด 24 ชั่วโมงภายใต้มาตรฐานโรงพยาบาล โดยการใช้นวัตกรรมการรักษาฟื้นฟู โดยมุ่งเน้นการรักษาไปที่สาเหตุการเจ็บป่วย ฟื้นฟูเซลล์สมองและระบบประสาทที่เสียหายเป็นหลัก ประกอบกับโปรแกรมกายภาพบำบัดอย่างเต็มรูปแบบ เพื่อการฟื้นฟูผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองโดยเฉพาะ เพื่อที่ผู้ป่วยจะสามารถกลับไปใช้ชีวตได้อย่างปกติ  ลดภาวะแทรกซ้อนจากเหตุทุพลภาพ และห่างไกลจากความพิการ
ผู้ป่วยโรคมะเร็งอาการแบบไหน ระยะไหน ที่ต้องการการดูแลเป็นพิเศษ
   ผู้ป่วยทุกระยะที่ช่วยเหลือตัวเองได้น้อย ไม่สามารถทำกิจวัตรประจำวันเองได้ หรือผู้ป่วยที่มีอาการเจ็บปวด ทรมานจากโรค Panacee Wellness Nursing Care  ร่วมกับศูนย์การแพทย์มะเร็งบูรณาการพานาซี จึงออกแบบวิธีการรักษามะเร็งเฉพาะบุคคล  เพื่อบูรณาการร่วมกับการรักษาแบบ conventional เพื่อช่วยเหลือให้ผู้ป่วยโรคมะเร็ง สามารถมีสุขภาวะทั้งทางร่างกายและจิตใจที่ดี ลดความเจ็บปวดจากการรักษา เพิ่มความแข็งแรง ของร่ายกาย ช่วยให้หายจากโรคมะเร็ง และรักษาสภาวะของร่างกายเพื่อไม่ให้โรคมะเร็งเกิดใหม่  ตลอดจนเพื่อให้สามารถมีชีวิตอยู่ได้ยืนยาว  ผู้ป่วยโรคมะเร็งทุกรายจะได้รับการดูแลและรักษาแบบบูรณาการจากทีมแพทย์เฉพาะทางด้านมะเร็งที่มีความเชี่ยวชาญและทีมสหสาขาวิชาชีพเฉพาะด้านมะเร็ง ที่ตระหนักถึงความสำคัญทั้งทางด้านร่างกายและจิตใจของผู้ป่วยเป็นสำคัญ
ชั้นตอนการวางแผนการรักษาโดยกายภาพบำบัดต้องทำอย่างไรบ้าง
   การตรวจประเมินร่างกาย โดยการตรวจโครงสร้างสรีระของร่างกาย หาสาเหตุและต้นตอของปัญหา และวิเคราะห์อาการต่างๆ ประกอบกับการซักประวัติ ระยะของโรค พฤติกรรม และสิ่งแวดล้อมในการใช้ชีวิตประจำวัน เพื่อวางแผนการรักษาร่วมกัน

    วิธีการการรักษาทางกายภาพบำบัด ได้แก่ เทคนิคบำบัดด้วยมือ (Manual therapy) การกดแรงลงไปตรงจุดกดเจ็บของกล้ามเนื้อ (Deep friction) เพื่อขยายคลายก้อนกล้ามเนื้อ กระตุ้นให้เกิดการไหลเวียน     การตึงขยับข้อต่อ (Mobilization) สำหรับผู้ที่มีภาวะข้อติดแข็ง มีการดัด ขยับ ดึงให้เนื้อเยื่อรอบข้อต่อยืดหยุ่นและกลับเข้าที่ เพิ่มการเคลื่อนไหวมากขึ้น การออกแบบท่าออกกำลังกายของแต่ละบุคคล เพื่อเพิ่มความยืดหยุ่น และเสริมสร้างความแข็งแรงของกล้ามเนื้อและข้อต่อ และการใช้เทปเพื่อจำกัดหรือพยุงข้อต่อและกล้ามเนื้อที่มีการบาดเจ็บให้สามารถใช้งานได้ดีขึ้น

   นอกจากนี้ ยังมีเครื่องมือทางกายภาพบำบัดที่สามารถใช้ร่วมกันเพื่อเสริมประสิทธิภาพในการรักษาฟื้นฟู ได้แก่

  1. เครื่องคลื่นอัลตร้าซาวด์ (Ultrasound therapy) เป็นคลื่นเหนือเสียงที่มีความถี่อาศัยคลื่นสั่นสะเทือนลงชั้นกล้ามเนื้อได้ 3-5 เซนติเมตรทำให้กล้ามเนื้อที่เป็นลำเป็นก้อนเกร็งคลายตัวออกและนิ่มลง ลดปวด     ลดบวม เพิ่มการไหลเวียนเลือดและอาการในเซลล์กล้ามเนื้อ
  2. เครื่องกระตุ้นไฟฟ้า (Electrical Stimulator) เป็นการกระตุ้นการทำงานของเส้นประสาทกล้ามเนื้อ ทำให้กล้ามเนื้อเกิดฟังก์ชันช่วยคลายกล้ามเนื้อชั้นตื้นและชั้นลึกได้
  3. เครื่องรักษาด้วยคลื่นกระแทก (Shock wave Therapy) เป็นคลื่นกระแทกที่กระตุ้นให้พังผืดได้รับการบาดเจ็บเพื่อให้ร่างกายสร้างเซลล์กล้ามเนื้อใหม่ทำให้สลายพังผืดและทำให้ชั้นกล้ามเนื้อคลายตัวลง
  4. เครื่องเลเซอร์กำลังสูง (High Power Laser Therapy) เป็นเลเซอร์ที่มีความถี่สูง ปล่อยพลังงาความถี่สูงช่วยลดการอักเสบ ปวด บวม แดง ร้อน เร่งซ่อมสร้างเนื้อเยื่อที่ได้รับบาดเจ็บ
  5. เครื่องแม่เหล็กไฟฟ้า(Electromagnetic Stimulator) เป็นการเหนี่ยวนำของคลื่นแม่เหล็กให้เกิดการกระตุ้นของระบบเส้นประสาทในกล้ามเนื้อให้เกิดการทำงานตามฟังก์ชันของกล้ามเนื้อนั้น ๆ กระตุ้นการคลายกล้ามเนื้อชั้นลึกที่ปวดจากการรัดเกร็งของกล้ามเนื้อและเส้นประสาท
กายภาพบำบัดทำเองโดยไม่มีผู้ดูแลได้ไหม? หากออกกำลังกายหรือกายภาพบำบัดเองจะมีผลเสียอะไรบ้าง
   กายภาพบำบัดสามารถทำเองได้ หากได้รับการประเมิน การวินิจฉัยที่ถูกต้อง มีการวางแผนร่วมกัน และนักกายภาพบำบัดได้ให้ฝึกท่าบริหาร ท่าออกกำลังกาย หรือวิธีการอื่นที่เกี่ยวข้องในการดูแลตนเองอย่างต่อเนื่อง

   เพราะปัญหาหรืออาการของแต่ละบุคคลมีความเฉพาะตัว ซึ่งจะแตกต่างกันจากหลายปัจจัย เช่น ลักษณะของโครงสร้างร่างกาย รอยโรค ระยะเวลาโรค/อาการ โรคประจำตัว ข้อจำกัดด้านสุขภาพอื่นๆ พฤติกรรมการใช้ชีวิตประจำวัน สิ่งแวดล้อม เป็นต้น ส่งผลให้การออกแบบการรักษาจะแตกต่างกัน

   การออกกำลังกายหรือการบริหารร่างกายทั่วไป สามารถทำได้ในกรณีที่ร่างกายไม่ได้มีความผิดปกติ ซึ่งเป็นการส่งเสริมความแข็งแรงและความยืดหยุ่นให้กับร่างกาย แต่ไม่แนะนำในกรณีที่เริ่มมีปัญหาหรือความผิดปกติของกล้ามเนื้อหรือข้อต่อบริเวณนั้นๆ หากเป็นปัญหาในระบบกระดูกและกล้ามเนื้อ อาจทำให้กล้ามเนื้อหรือข้อต่อบริเวณนั้นเกิดการบาดเจ็บมากขึ้น หรืออาจทำให้กล้ามเนื้อและเนื้อเยื่อเกี่ยวพันที่มีความสัมพันธ์เชื่อมต่อกันเกิดการบาดเจ็บหรือเกร็งตัวขึ้นมาเพิ่มด้วย จะส่งผลต่อระยะเวลาในการรักษา ฟื้นฟู หากเป็นในระบบประสาท อาจทำให้สมองเรียนรู้วิธีการเคลื่อนไหวที่ไม่ถูกต้อง จนไม่สามารถแก้ไขความบกพร่องของการเคลื่อนไหวให้เป็นปกติได้ จะส่งผลต่อการทำงานของระบบอื่นที่เกี่ยวข้องไปด้วย
การดูแลฟื้นฟูผู้ป่วย Paliative Care
   Panacee Wellness Nursing Care ดูแลผู้ป่วย Paliative Care หรือการรักษาแบบประคับประคอง โดยมุ่งเน้น “คุณภาพชีวิตที่ดีของผู้ป่วยและญาติ” ด้วยโปรแกรมการรักษาแบบองค์รวม ครอบคลุมทั้งกาย ใจ สังคม และจิตวิญญาณ ผสมผสานการดูแลทั้งร่างกายและจิตใจ เพื่อให้ผู้ป่วยหลุดพ้นจากความทรมาน และอาการเจ็บปวดทั้งปวง โดยเข้าไปจัดการที่อาการหรือความรู้สึกที่ไม่สุขสบายของผู้ป่วยและญาติ โดยการใช้นวัตกรรมการรักษาฟื้นฟู และเทคโนโลยีจากประเทศเยอรมนี มุ่งเน้นในการซ่อมแซม ฟื้นฟูสุขภาพที่เสื่อมไปแล้วโดยเป้าหมายสูงสุดของเวชศาสตร์ชะลอวัยและฟื้นฟูสุขภาพก็คือ การมีคุณภาพชีวิตที่ดีตลอดอายุขัยนั่นเอง รวมถึงการให้สารอาหาร วิตามินแร่ธาตุ ชนิดพิเศษที่ถูกออกแบบมาเพื่อผู้ป่วย  Paliative Care เพื่อให้การมีชีวิตอยู่มีคุณค่า และ ถูกจดจำแม้จากกันไป
โรงพยาบาลเปิดให้บริการในช่วงเวลาใดบ้าง
  • ประเภทผู้ป่วยนอก (OPD) เปิดให้บริการตั้งแต่ 08.00-18.00 น.
  • ประเภทผู้ป่วยใน (IPD) เปิดให้บริการ 24 ชั่วโมง

สามารถติดต่อโรงพยาบาลได้ในช่องทางใดบ้าง
Contact

Tel | 095-390-5405

Tel | 061-405-6964

Tel | 092-256-5777

Line | @panaceemed

อีเมล์ www.panaceehospital.com

เฟซบุ๊ก https://www.facebook.com/panaceehospital
วิธีการเดินทางมายังโรงพยาบาล

โรงพยาบาลพานาซี พระราม2

Google Map : คลิก

เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
เปรียบเทียบสินค้า
0/4
ลบทั้งหมด
เปรียบเทียบ
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy